▪ ECF Rubber lining, rubber mill, roller, rubber part  
     
   Rubber lining work  
     
          ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานของเรา  E.C.F. สามารถให้คำปรึกษาให้กับลูกค้า ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการกัดกร่อนของสารเคมีในระบบผลิต เราสามารถดูแล แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างมืออาชีพ เพราะสาเหตุการกัดกร่อนในระบบผลิตส่วนใหญ่ เกิดจากสารเคมีที่ใช้ในระบบผลิตชิ้นงาน เนื่องจากวัสดุป้องกันการกัดกร่อนแต่ละชนิด ป้องกันการกัดกร่อนของสารเคมีได้ไม่เหมือนกัน ดังนั้นถ้าจะเลือกใช้วัสดุที่ป้องกันการกัดกร่อน ต้องมีความรู้ทางด้านวิศวะกรรมเคมีและเข้าใจถึงระบบการผลิตในอุตสาหกรรมนั้นๆ  
     
          Rubber lining  ก็เป็นการป้องกันการกัดกร่อนของสารเคมีวิธีหนึ่ง การ Rubber lining ให้ได้ยางที่มีคุณภาพ เพื่อให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน มีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัยความรู้เรื่องยางอย่างดี จากผู้ที่มีความชำนาญ โดยทั่วไปยางที่นำมาเคลือบยาง หรือ Rubber lining ติดกับโลหะ สแตนเลส ทองเหลือง พื้นคอนกรีตแบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือยางธรรมชาติ (Natural  rubber) และยางสังเคราะห์ (Synthetic rubber) การจะใช้ยางชนิดใดในการเคลือบยาง หรือ rubber lining นั้นจำเป็นต้องทราบถึงลักษณะการใช้งาน สารเคมีที่ใช้ อุณหภูมิ ว่าเหมาะกับยางชนิดใด  
     
          ยางที่มีคุณภาพสำคัญที่ขั้นตอนการผลิต เนื้อยางต้องปราศจากฟองอากาศ มีคุณสมบัติทางกายภาพและเคมีตามที่กำหนด  พื้นผิวโลหะหรือคอนกรีต ที่ทำการ Rubber lining ต้องปราศจากสนิมหรือคราบน้ำมันและแผ่นยางต้องแนบสนิทกับผิวโลหะและไล่ฟองอากาศออกจากแผ่นยางให้หมด ชิ้นงานที่จะต้องเข้าไปอบต้องผ่านการตรวจสอบรอยรั่วด้วยเครื่อง Pinhole test 100% ก่อนเข้าอบ Steam หลังจากอบแล้วตรวจสอบรอยรั่วอีกครั้งหนึ่งก่อนส่งมอบ  
     
   
     
 
  ชนิดของยาง   คุณสมบัติ  
         
      ยางธรรมชาติ (Natural rubber) 
    ยางที่มาจากยางพาราโดยตรงไม่ผ่าน
    กรรมวิธีการใดๆ
      - ทนการกัดกร่อนของสารเคมี
    - ทนการกันกระแทก
    - ยืดหยุ่นตัวดี
    - ทนความร้อนได้ -20  C  ถึง + 80 C
 
         
      ยางเอสบีอาร์ (SBR)
    (ยางสังเคราะห์)
      ต้านไฟฟ้า ทนการเสียดสี ทนความร้อนได้ถึง -20 ºC  ถึง 
    + 80 ºC
 
         
      ยางไนไตรส์ (NBR)
    (ยางสังเคราะห์)
      ทนน้ำมันดี ทนสารเคมี ทนการเสียดสี ทนความร้อนได้ถึง 
    -40 C ถึง + 120 ºC
 
         
      ยางนีโอพรีน (Neoprene)
    (ยางสังเคราะห์)
      ทนน้ำมัน ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ  ไม่ติดไฟ ทนความร้อนได้
    ถึง -40 ºC  ถึง  + 140 ºC
 
         
      ยางอีพีดีเอ็ม (EPDM) 
    (ยางสังเคราะห์)
      ทนสารเคมี ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ทนความร้อนได้ 
    -40 ถึง  +  140 ºC
 
         
      ยางซิลิโคน (Silicone) 
    (ยางสังเคราะห์)
      ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเนื่องจากไม่กระทบต่อร่างกาย 
    ทนความร้อนได้  -50 ºC ถึง  +  220 ºC
 
         
      ยางไวตั้น (Viton)
    (ยางสังเคราะห์)
      ทนน้ำมันดีมาก ทนต่อสารเคมี  ทนความร้อน -40  ถึง 
    + 300 ºC
 
         
 
           ลักษณะการใช้งานโดยส่วนใหญ่ของผลิตภัณฑ์ยางของเราได้แก่ ยางทนกรด ด่าง สารเคมี ความร้อน ทนเสียดสี  การยืดหยุ่น สามารถกระเด้งตัวสูง ทนแรงอัด ทนน้ำมัน จุดเยีอกแข็ง  ต้านทานไฟฟ้า  ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ และไม่ติดไฟ ทนไฟ  ซึ่งควรเลือกชนิดของยางให้เหมาะสมกับลักษณะงานที่ใช้  
     
   
 
  1 2 3  
 
     
Current Pageid = 10